บทที่ 5 นั่งบนตักแล้วป้อนฉัน
เมื่อเห็นหญิงสาวถลาเข้ามา 'ธงชัย' เผลอยื่นมือออกไปรับตามสัญชาตญาณ แต่เพียงเสี้ยววินาทีก็ชักมือกลับ ปล่อยให้ร่างท่อนบนของเธอฟุบลงบนตักของเขาแทน
'อรวรรณ' สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลังแทบจะทันที เธอพยายามจะดีดตัวลุกขึ้น แต่กลับถูกมือหนาของธงชัยกดไหล่ตรึงไว้แน่น
"คนดี... รู้หรอกน่าว่าหนูชอบฉัน เมื่อกี้ฉันผิดเองที่ทำให้หนูต้องน้อยใจ ยกโทษให้ป๋านะครับ หืม?"
น้ำเสียงของเขาหวานหยดย้อยจนน่าขนลุก ราวกับว่าพวกเขาสนิทสนมกันเสียเต็มประดา
สิ้นเสียงนั้น ธงชัยก็ค่อยๆ ประคองเธอให้ลุกขึ้นยืนอย่างอ้อยอิ่ง
อรวรรณพยายามหลบสายตาคมกริบที่มองมาจากด้านหลัง เหงื่อกาฬไหลซึมหยดลงพื้นด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด
เมื่อเห็นว่ามือที่ยื่นไปเก้อ ธงชัยจึงขมวดคิ้วด้วยความขัดใจ
ผู้หญิงคนนี้... ดูเหมือนจะกลัว 'ภาณุ' ยิ่งกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก
"มีฉันอยู่ทั้งคน ท่านผู้พิพากษาทำอะไรเธอไม่ได้หรอก ลุกขึ้นมา"
ธงชัยยื่นมือออกไปอีกครั้ง
แววตาของอรวรรณฉายความลังเล... จากท่าทีของคนในห้องวีไอพีแห่งนี้ ผู้ชายคนนี้ดูจะมีอิทธิพลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าภาณุ
บางที... เธออาจจะขอให้เขาคุ้มกะลาหัวเธอได้
แต่ความคิดนั้นยังไม่ทันตกผลึก เสียงเย้ยหยันของภาณุก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง
"คุณธงชัยยื่นมือเข้ามาสอดเรื่องชาวบ้านยาวไปหน่อยไหม เอาเวลาไปเช็ดก้นตัวเองให้สะอาดก่อนเถอะ"
"หรือไม่... ก็ลองถามเจ้าตัวดูสิ ว่าต้องการความคุ้มครองจากคุณหรือเปล่า"
ภาณุกระแทกแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะเสียงดัง 'กึก' บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของอรวรรณ
เธอรู้จักนิสัยของภาณุดีเกินไป
ถ้าเธอยังไม่รีบแสดงท่าที วินาทีถัดไปภาณุคงแฉอดีตอันเน่าเฟะของเธอแน่
ต่อให้เป็นเรื่องไม่จริง แต่สถานบันเทิงแห่งนี้จะกล้ารับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 'อาชญากรยุยงส่งเสริม' เข้าทำงานหรือ?
โดยเฉพาะงานที่ต้องคลุกคลีกับผู้หญิงด้วยกันแบบนี้
กว่าอรวรรณจะหางานทำได้เลือดตาแทบกระเด็น ถ้าพวกเขารู้เรื่องคดีความของเธอ...
เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าจะมีที่ยืนเหลือให้เธออีกไหมในสังคมนี้
"ขอบคุณค่ะคุณธงชัย"
อรวรรณรีบถอยห่างเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนที่ธงชัยจะทันได้เอ่ยปาก เธอกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงนอบน้อมที่สุด
"ดิฉันเคยทำผิดต่อท่านผู้พิพากษาจริงๆ ค่ะ แต่ก็ต้องขอบคุณที่คุณธงชัยช่วยพูดแทน ดิฉันขอดื่มให้คุณหนึ่งแก้วนะคะ"
พูดจบ อรวรรณก็หันไปรินเหล้าใส่แก้ว ทำท่าจะยกขึ้นดื่ม
ทว่าธงชัยกลับมองด้วยสายตาแพรวพราว เขาคว้าข้อมือเธอหมับ ดึงแก้วเหล้ามาจ่อที่ริมฝีปากตัวเองแทน
"มาม่าซังไม่เคยสอนเหรอว่าเอาใจแขกต้องทำยังไง?"
"ถ้าป้อนด้วยปาก หรือนั่งตักป้อนเหมือนเมื่อกี้ ฉันจะถูกใจกว่าเยอะ"
อรวรรณชะงักกึก
ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่า แต่สายตาที่ธงชัยมองมามันแฝงความนัยบางอย่าง
ในช่วงเวลาที่เธอกำลังตื่นตระหนก ธงชัยก็กระดกเหล้าในแก้วของเธอเข้าปากรวดเดียวหมด แล้วหันไปยักคิ้วท้าทายใส่คนที่นั่งหน้านิ่งอยู่อีกฝั่ง
"เหล้าที่สาวสวยป้อนให้นี่มันหวานชื่นใจจริงๆ ท่านผู้พิพากษาไม่เคยลองล่ะสิ?"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนน่าอึดอัด
ทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก รู้สึกได้ถึงคลื่นใต้น้ำที่กำลังปะทุ
เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ใครจะกล้าส่งเสียงแทรกระหว่างการปะทะคารมของขาใหญ่ทั้งสอง
ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางหันไปมองต้นเสียง
ภาณุกดรับสายด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงหวานใสของผู้หญิงลอดออกมาจากโทรศัพท์ให้ได้ยินกันทั่ว
"พี่ภาณุคะ... ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมยังไม่กลับอีก..."
ทุกคนในห้องพยักหน้าให้กันอย่างรู้ทัน
'ตัวจริง' โทรมาตามกลับบ้านแล้วสินะ
สามปีแล้ว... ที่ไม่ได้ยินเสียงของ 'พลอยไพลิน' ใบหน้าของอรวรรณที่ซีดอยู่แล้วกลับยิ่งไร้สีเลือด เธอรู้สึกคลื่นไส้จนแทบจะอาเจียนออกมา
เมื่อสามปีก่อน พลอยไพลินก็ใช้น้ำเสียงออดอ้อนแบบนี้แหละ ใส่ร้ายป้ายสีเธอต่อหน้าภาณุ
มันคือจุดเริ่มต้นของนรกบนดินที่เธอต้องเผชิญ...
ปลายสายพูดอะไรต่อ อรวรรณหูอื้อจนจับใจความไม่ได้แล้ว
จนกระทั่งภาณุวางสาย และลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
ธงชัยนั่งไขว่ห้าง วางมาดราวกับแม่ทัพผู้ชนะศึก
"เกือบลืมไปเลยว่าท่านผู้พิพากษามีเจ้าของแล้ว จะมาสนอะไรกับดอกไม้ริมทางที่ผ่านมือชายมาแล้วล่ะครับ?"
"คุณพลอยป่วยอีกแล้วเหรอ รีบกลับไปดูใจ... เอ้ย ดูแลเถอะครับ คดีของผมไม่ต้องห่วง"
ภาณุปรายตามองเขาแวบหนึ่งโดยไม่ตอบโต้ สายตาคมหยุดอยู่ที่อรวรรณเพียงชั่วครู่ ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ออกจากห้องไป
พอภาณุพ้นประตู บรรยากาศในห้องก็กลับมาครื้นเครงทันตาเห็น
"สุดยอดเลยพี่ ผู้หญิงคนนี้ไปทำอีท่าไหนให้ท่านโกรธขนาดนั้นได้ ปกติเขาไม่เคยหักหน้าผู้หญิงขนาดนี้นะเนี่ย"
"ถามเธอนั่นแหละ! ไปทำอะไรให้คุณภาณุไม่พอใจ? เป็นใบ้รึไง?"
ธงชัยลูบคางอย่างใช้ความคิด
"ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย ตัวแค่นี้แต่ฤทธิ์เยอะ ถึงขนาดเคยมีเรื่องกับท่านผู้พิพากษา เล่ามาซิ..."
ธงชัยยังพูดไม่ทันจบ อรวรรณก็พยุงร่างอันสั่นเทาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล
"ขอตัวนะคะ"
เธอทิ้งท้ายด้วยเสียงแหบพร่า แล้วเอามือปิดปากวิ่งถลากระเสือกกระสนออกจากห้องไป
ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เข้มข้นกำลังเล่นงานกระเพาะอาหารของเธออย่างหนัก อวัยวะภายในบิดเกร็งประท้วงความเจ็บปวด
ยิ่งเมื่อกี้ได้ยินเสียงของพลอยไพลิน ความทรมานทางใจยิ่งทวีคูณ
คนพวกนั้นยังเอาแต่พูดชื่อภาณุซ้ำๆ ตอกย้ำบาดแผลในอดีตไม่หยุดหย่อน...
อรวรรณทนไม่ไหวอีกต่อไป
พอพ้นประตูห้อง เธอก็เดินเซถลาไปได้ไม่กี่ก้าว โลกทั้งใบหมุนคว้าง ก่อนสติจะดับวูบ ภาพสุดท้ายที่เห็นคล้ายกับเงาร่างสูงของภาณุ...
ภายในห้องวีไอพี
ธงชัยมองตามร่างบางที่วิ่งออกไป เขาเผลอขยับตัวจะลุกตามไปโดยไม่รู้ตัว
แต่รุ่นน้องคนหนึ่งร้องทักขึ้นเสียก่อน
"เฮ้ยพี่ธงชัย เอาจริงดิ? ไม่ใช่สเปกพี่เลยนะ แถมมีคดีกับท่านภาณุอีก ผมว่าอย่าไปยุ่งดีกว่ามั้ง"
ธงชัยเลิกคิ้ว ก่อนจะค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งตามเดิม
นั่นสิ... เขาชักจะทำตัวแปลกๆ ไปแล้ว
เขาเหมาเอาว่าความรู้สึกนี้เป็นแค่การอยากเอาชนะภาณุเท่านั้น
"ก็แค่หมั่นไส้ไอ้ท่านผู้พิพากษามัน... เอ้า ดื่ม!"
ทุกคนต่างรีบชงเหล้าเอาใจธงชัย พร้อมคำเยินยอสรรเสริญไม่ขาดปาก
ธงชัยดื่มเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่า แต่สมาธิกลับจดจ่ออยู่กับอรวรรณไม่วางตา
ตอนที่เธอวิ่งออกไป อาการดูไม่สู้ดีนัก
เวลาผ่านไปพักใหญ่ อรวรรณก็ยังไม่กลับมา
ธงชัยเริ่มรู้สึกว่าเหล้ารสเลิศในปากจืดชืดไร้รสชาติ เขาวางแก้วลงกระแทกโต๊ะอย่างหงุดหงิด
"เด็กนั่นไปตายที่ไหน ทำไมยังไม่มาอีก! เธอ—"
เขาหันไปจะสั่งเด็กดริ๊งค์คนที่ช่วยพูดแทนอรวรรณเมื่อครู่
แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ "ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันไปดูเอง!"
พูดจบ เขาก็ลุกพรวดพราดเดินออกจากห้องไปทันที
ทิ้งให้คนในห้องมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
"เฮ้ย... หรือว่าผู้หญิงคนนั้นจะมีของดี? คุณธงชัยดูจะจริงจังนะเนี่ย"
"ไม่ได้ยินที่เขาพูดเหรอ? ก็แค่จะงัดข้อกับท่านผู้พิพากษาเท่านั้นแหละ จะหวังให้เสืออย่างคุณธงชัยถอดเขี้ยวเล็บ น้ำคงท่วมหลังเป็ดแล้วมั้ง"
เสียงหัวเราะครื้นเครงดังลั่นห้อง
แต่ยังหัวเราะกันได้ไม่เท่าไหร่ ธงชัยก็เดินหน้าถมึงทึงกลับเข้ามา บรรยากาศมาคุแผ่กระจายรอบตัว
"คุณธงชัยเป็นอะไรครับ..."
ทุกคนรีบหุบยิ้ม ถามด้วยความกล้าๆ กลัวๆ
ธงชัยไม่ตอบ แต่ตวัดสายตาอำมหิตไปจ้องหน้าเด็กดริ๊งค์คนเดิม
"ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกับภาณุ?"
เมื่อครู่ตอนที่เขาเดินออกไป เขาเห็นเต็มสองตาว่าภาณุกำลังอุ้มอรวรรณเดินออกไป
ผู้หญิงคนนั้นซุกหน้าอยู่ในอ้อมอกของภาณุโดยไม่มีท่าทีขัดขืนแม้แต่น้อย ผิดกับตอนที่อยู่ในห้องนี้ราวกับคนละคน
ตกลงว่าสองคนนั้น... เป็นอะไรกันแน่?
